FaceBook
LINE
@serazu
Tell
084-700-3219

โรคสมาธิสั้นเทียม เกิดขึ้นได้กับเด็กติดหน้าจอ
แชร์
top
top
top

ในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี ทำให้เด็ก ๆ ให้ความสนใจกับหน้าจอสี่เหลี่ยมหรือใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ผลกระทบแรกที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลก็คือสุขภาพร่างกายของลูก

เพราะการติดจอนั้น ส่งผลให้เป็นทั้งโรคอ้วน จากการนั่งนอนไม่ขยับไปไหน, ทานอาหารที่ไม่หลากหลาย, ใช้สายตามากเกินไปจนอาจต้องตัดแว่น และอีกหนึ่งโรคที่น่ากลัวไม่แพ้ใครคือโรคสมาธิสั้น ยิ่งเห็นภาพที่ขยับอย่างรวดเร็วหรือการตัดที่ไวมากแค่ไหนก็ยิ่งทำให้สมาธิของลูกนั้นวอกแวกได้ง่าย

โรคสมาธิสั้นนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น โรคสมาธิสั้นและสมาธิสั้นเทียมซึ่งจะมีความแตกต่างกันอยู่ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับอาการสมาธิสั้นเทียมที่เกิดจากการใช้มือถือมากเกินไปกันค่ะ

โรคสมาธิสั้นเทียมหรือไฮเปอร์เทียม

อาการสมาธิสั้นประกอบไปด้วย hyperactive (ความซนไม่หยุดนิ่ง), inattention (ไม่มีสมาธิในการจดจ่อ) , impulsivity ( ขาดการไตร่ตรองและรอบคอบ) แต่กับอาการสมาธิสั้นเทียมหรือไฮเปอร์เทียมนั้นมีอาการที่คล้ายกับสมาธิสั้นธรรมดามาก

การแยกว่าเป็นจริงหรือเทียมสังเกตได้จากกรรมพันธุ์ของพ่อแม่ที่ส่งมาถึงลูก หากในบ้านมีใครที่มีประวัติเป็นสมาธิสั้น บุตรหลานของเราก็คงจะได้รับถ่ายทอดมาไม่มากก็น้อย แต่หากไม่มีใครในครอบครัวมีประวัติว่าเป็นสมาธิสั้นหรืออาการไฮเปอร์แต่เจ้าตัวเล็กมีทั้งอาการวอกแวก, อยู่ไม่สุขเกินพอดี, ใจร้อน, อะไรไม่ได้ดั่งใจก็จะเริ่มอารมณ์เสีย ก็มีแนวโน้มสูงว่าลูกๆ ของเราเป็นโรคสมาธิสั้นเทียมเข้าแล้ว

สาเหตุที่ทำให้เด็กเป็นสมาธิสั้นเทียม

โรคสมาธิสั้นเทียมจุดเริ่มต้นของอาการไม่ได้เกิดมาจากกรรมพันธุ์หรือภาวะแทรกซ้อนของสมองใดๆ ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดแต่เป็นเรื่องของระบบการใช้ชีวิตที่ทำให้เด็กส่วนมากเข้าข่ายหรือเป็นโรคสมาธิสั้นเทียม และพฤติกรรมที่ทำให้เจ้าตัวเล็กของบ้านเป็นสมาธิสั้นเทียม ก็คือ

อยู่กับหน้าจอต่อวันเป็นเวลานานเกินเหมาะสม

คุ้นชินกับความรวดเร็วของอินเตอร์เน็ตจนทำให้รอไม่เป็น

ได้รับสารทางเดียวตลอดในการเรียนรู้ เช่น การจดจ่ออยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือไอเเพด อย่างเดียว ไม่ได้ทำกิจกรรมอย่างอื่นเลย 

อาการของเด็กที่เป็นสมาธิสั้นเทียม

เมื่อเรารู้ถึงสาเหตุแล้วว่าเหตุใดจึงทำให้เด็กๆ ในบ้านเป็นโรคสมาธิสั้นเทียมแล้ว มาดูอาการหรือผลกระทบจากจากเป็นสมาธิสั้นกันค่ะ ว่าส่งผลอย่างไรบ้างกับเจ้าตัวน้อยของเรา

อารมณ์ร้อน, ฉุนเฉียวง่าย รอไม่เป็น, กระวนกระวาย วอกแวกง่าย เอาแต่ใจตนเอง ไม่ได้ดั่งใจจะโวยวาย งอแงทันที ไม่มีสมาธิในการเรียน

วิธีรักษาหรือดูแลเด้กสมาธิสั้นเทียม

สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำคือ เข้าใจความสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้าตัวเล็กของเราค่ะ แน่นอนว่าเมื่อเห็นเขาไม่ตั้งใจเรียนหรือติดจอมากเกินไปจนเป็นสาเหตุให้มีอาการดังกล่าว ก็อาจจะรู้สึกฉุนเฉียว, ไม่พอใจ แต่เราต้องทำใจให้เย็นขึ้นเพื่อมามองปัญหา และแนวทางแก้ไขที่ถูกต้องไปพร้อมๆ ซึ่งการแก้ครั้งนี้เองก็ต้องอาศัยความร่วมมือของอาจารย์ที่ดูแลลูกของเราที่โรงเรียนด้วยนะคะ จะมีการแก้ไขอย่างไรบ้างไปดูกัน

ให้คุณครูจัดที่นั่งด้านหน้าไม่ติดหน้าต่างหรือประตู เพราะอาจทำให้หันเหไปสนใจอย่างอื่นได้ง่าย เวลาเขาทำสิ่งใดสำเร็จหรือใช้สมาธิอย่างเต็มที่ต้องชมเชยให้เขารู้สึกได้รับกำลังใจ จะทำให้เขาตั้งใจทำทุกครั้ง

ทำข้อตกลงแบ่งเวลาการใช้จออย่างชัดเจนในแต่ละวันเพื่อควบคุมการใช้ อาทิจำกัดเวลาดูโทรทัศน์, การใช้ไอแพด, โทรศัพท์มือถือ

ฝึกวินัยการรอคอยเช่น การรอได้ของเล่น, การรอได้ทานอาหารที่ชอบ หากิจกรรมที่ทำให้ได้ฝึกสมาธิมาเล่นกับลูก เช่น การวาดภาพ, ปลูกต้นไม้, อ่านหนังสือนิทาน, ปั้นดินน้ำมัน, ดูนิทานภาพ

และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลคือใช้เวลากับเด็กๆ ของเราให้มากขึ้น อย่าให้โทรศัพท์มือถือเป็นพี่เลี้ยงแทนเพราะถ้าคุณพ่อคุณแม่ได้ใช้เวลาพูดคุยและเรียนรู้เจ้าตัวน้อยมากๆ ก็จะทำให้เขาไม่ติดจอ อยากใช้เวลาอยู่กับเรา นอกจากจะได้แก้ปัญหาอาการสมาธิสั้นเทียมแล้ว ยังช่วยให้ความสัมพันธ์ของตนในบ้านดีขึ้นอีกด้วย

ที่มาโรงพยาบาลมนารมย์ , parentsone


ซื้อครบ 899.- ส่งฟรี

Tel. : 0847003219

Facebook : https://www.facebook.com/serazuonline/
Line@ : @serazu
Website: www.serazu.com
E-mail : cc@serazu.com

ความคิดเห็น : โรคสมาธิสั้นเทียม เกิดขึ้นได้กับเด็กติดหน้าจอ